غزوة الأحزاب — الخندق

ยุทธการอัลอะฮ์ซาบ — คอนดัก

เชาวาล ฮ.ศ. 5 (กุมภาพันธ์ 627 ค.ศ.)

สถานที่ทางเหนือของมะดีนะฮ์
กำลังรบมุสลิม ~3,000 คน vs พันธมิตร 10,000 คน
ผลการรบชัยชนะของมุสลิมโดยไม่มีการสู้รบหลัก — ลมพายุและการขัดแย้งภายในทำให้ฝ่ายพันธมิตรล่าถอยหลัง 27 วัน

ภูมิหลังและเหตุที่เกิด

หลังยุทธการอุฮุด กุเรชยังไม่พอใจ ร่วมกับเผ่ายิวที่ถูกขับออกจากมะดีนะฮ์ (บนีนะฎีร) จัดตั้งพันธมิตรอะฮ์ซาบ (กองกำลังผสม) ประกอบด้วยกุเรช กอฏอฟาน บนีสุลัยม และเผ่าต่างๆ รวมกว่า 10,000 คน มุ่งมายังมะดีนะฮ์เพื่อทำลายอิสลามให้สิ้นซาก

บุคคลสำคัญ

ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺผู้บัญชาการ ร่วมขุดสนามเพลาะด้วยตัวเอง
ท่านสัลมาน อัลฟาริซีย์ (ร.ฎ.)ผู้เสนอแนวคิดขุดสนามเพลาะ จากประสบการณ์เปอร์เซีย
ท่านนุอัยม์ อิบนุ มัสอูดหัวใจดีที่แกล้งทำเป็นพันธมิตรกับศัตรูแต่รายงานข่าวให้มุสลิม
อบูสุฟยานผู้บัญชาการกองทัพพันธมิตร
อิยาส อิบนุ เอาส์ผู้บัญชาการเผ่ากอฏอฟาน

ลำดับเหตุการณ์

  1. เตรียมการท่านสัลมาน อัลฟาริซีย์เสนอขุดสนามเพลาะ ท่านนบีรับแนวคิดและเริ่มขุดทันที มุสลิมแบ่งงานกัน ท่านนบีขุดด้วยตัวเอง
  2. ปาฏิหาริย์ระหว่างขุดพบหินแข็งที่ขุดไม่ออก ท่านนบีขอน้ำ ราดหิน แล้วขุดได้ ท่านเห็นนิมิตว่ามุสลิมจะยึดชัม เปอร์เซีย และเยเมน
  3. ล้อมมะดีนะฮ์พันธมิตร 10,000 คนมาถึงแต่ผ่านสนามเพลาะไม่ได้ เกิดการต่อสู้ระยะไกลและยุทธการทางจิตวิทยา
  4. ข้างในเผ่าบนีกุรัยเซาะฮ์ (ยิวในมะดีนะฮ์) ทรยศสัญญา ทำให้มุสลิมเสี่ยงถูกโจมตีจากทั้งสองด้าน
  5. ท่านนุอัยม์ท่านนุอัยม์ อิบนุ มัสอูดใช้กลยุทธ์ทางการทูต สร้างความหวาดระแวงระหว่างพันธมิตรและบนีกุรัยเซาะฮ์
  6. ชัยชนะอัลลอฮ์ส่งลมพายุรุนแรง ทำลายเต็นท์พันธมิตร ความหนาวเย็นและขาดแคลนเสบียง ทำให้พันธมิตรล่าถอยในคืนหนึ่ง

บทเรียนและความสำคัญ

ท่านสัลมาน อัลฟาริซีย์ (ร.ฎ.) เสนอแนวคิดขุดสนามเพลาะ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ชาวอาหรับไม่เคยรู้จักมาก่อน พิสูจน์ว่าอิสลามไม่มีขอบเขตทางชาติพันธุ์ และความฉลาดเป็นส่วนหนึ่งของญิฮาด

บทเรียนเชิงลึก

ปัญญาและนวัตกรรมในอิสลาม

การรับแนวคิดสนามเพลาะจากเปอร์เซีย (ไม่ใช่วัฒนธรรมอาหรับ) แสดงว่าอิสลามส่งเสริมการเรียนรู้จากทุกแหล่ง โดยไม่มีอคติทางเชื้อชาติ

ความเป็นหนึ่งเดียวในยุคที่ยาก

ขณะที่มุนาฟิกีนบ่อนทำลายจากข้างใน สาวกแท้ยึดมั่นร่วมกัน — นี่คือความแข็งแกร่งของอุมมะฮ์ที่แท้จริง

ยุทธศาสตร์ดีกว่าจำนวน

สนามเพลาะยาว 5.5 กม. ลึก 3-5 ม. ทำให้กองทัพ 10,000 คนหยุดชะงักได้นานกว่าเดือน โดยไม่ต้องรบตรงๆ

ความช่วยเหลือของอัลลอฮ์มาในรูปแบบที่คาดไม่ถึง

ลมพายุและความขัดแย้งในค่ายศัตรูคือสัญญาณว่าอัลลอฮ์ช่วยเหลือด้วยวิธีที่มนุษย์ไม่คาดคิด

ผลพวงหลังยุทธการ

หลังจากที่พันธมิตรล่าถอย ท่านนบี ﷺ จัดการกับการทรยศของบนีกุรัยเซาะฮ์ ตัดสินโดยซะอ์ด อิบนุ มุอาษ ตามกฎของตัวเอง ยุทธการนี้เป็นจุดพลิกผัน กุเรชไม่สามารถรวบรวมกำลังโจมตีมะดีนะฮ์ได้อีก ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า หลังจากนี้พวกเขาจะไม่มาหาเรา แต่เราจะไปหาพวกเขา

อัลกุรอาน
อัลอะฮ์ซาบ 33:9-10 — โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงรำลึกถึงความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้า เมื่อกองทัพได้มาหาพวกเจ้า แล้วเราก็ส่งลมและกองทัพที่พวกเจ้ามองไม่เห็นมาหาพวกเขา

อายะฮ์ที่เกี่ยวข้อง

และเมื่อบรรดาผู้ศรัทธาเห็นกองทัพพันธมิตร พวกเขากล่าวว่า นี่คือสิ่งที่อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ได้สัญญาแก่เรา และอัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์พูดความจริง และมันไม่ได้เพิ่มแก่พวกเขานอกจากความศรัทธาและการยอมจำนน
อัลอะฮ์ซาบ 33:22
และอัลลอฮ์ทรงขับไล่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาออกไปพร้อมด้วยความโกรธแค้นของพวกเขา พวกเขาไม่ได้รับผลดีใดๆ และอัลลอฮ์ทรงช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธาในการสู้รบ
อัลอะฮ์ซาบ 33:25

หะดีษที่เกี่ยวข้อง

ท่านนบี ﷺ กล่าวหลังยุทธการ: ตั้งแต่บัดนี้เราจะรบพวกเขา พวกเขาจะไม่มาหาเรา
บุคอรี 4110
LINEMessenger